ออสเตรเลียคือหนึ่งในประเทศมหาอำนาจด้านไวน์ของโลก อุตสาหกรรมไวน์ของออสเตรเลียมีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในแง่เศรษฐกิจที่เป็นสินค้าส่งออกระดับท็อปและในแง่วัฒนธรรมท้องถิ่น ด้วยสภาพภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาล ออสเตรเลียจึงมีสภาพอากาศที่หลากหลาย ตั้งแต่ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ ไปจนถึงอากาศเย็นเยือกบนเกาะแทสเมเนีย ทำให้สามารถปลูกองุ่นได้แทบทุกสายพันธุ์บนโลกได้เลย

Image by australia.com
เมื่อลมร้อนของฤดูเริ่มจางหาย ถูกแทนที่ด้วยอากาศที่เย็นสบาย ใบไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองแดงจะมีอะไรดีไปกว่าการขับรถเปิดหน้าต่างรับลมสบาย สำหรับวงการไวน์เดือนมีนาคมคือเวลาทองของปีเลยก็ว่าได้ เพราะสำหรับชาวออสซี่ไวน์ไม่ใช่เครื่องดื่มสำหรับงานหรูหราเท่านั้น แต่มันคือวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ตั้งแต่การแวะไป “Cellar Door” ห้องชิมไวน์หน้าไร่องุ่น และทาน “Long Lunch” ที่ลากมื้อเที่ยงบนโต๊ะอาหารจนยาวไปจนเย็น จนทำให้ทุกวันนี้ไวน์เข้าไปอยู่ในกิจกรรมสุดสัปดาห์จนฝังรากลึกอยู่ในชีวิตของผู้คนแบบที่ไม่รู้ตัว
วัฒนธรรมไวน์สไตล์ออสซี่

Image by freepik.com
สไตล์การกินไวน์ของชาวออสเตรเลีย คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างการลิ้มรสชาติระดับโลกและความเรียบง่ายสไตล์คนท้องถิ่น ไวน์ที่นี่ไม่ใช่กำแพงแบ่งชนชั้น แต่มันคือสะพานเชื่อมผู้คนเข้าด้วยกันผ่านโต๊ะอาหารและการพูดคุยครับ วัฒนธรรม BYO (Bring Your Own) คือตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจน ร้านอาหารจำนวนมากจะมีป้ายเขียนหน้าร้านว่า BYO Wine หรือ BYO Fully Licensed ที่ลูกค้าสามารถหิ้วไวน์ตัวโปรดมาเองจากบ้านเพื่อเปิดดื่มในร้านได้ โดยทางร้านจะคิดแค่ค่าเปิดขวดหรือค่าแก้ว (Corkage fee) ซึ่งมักจะราคาถูกมาก เป็นการประหยัดเงินและได้กินไวน์ที่ถูกปากจริงๆ
หรือธรรมเนียมการไปบาร์บีคิว (Barbie) ตามเตาย่างสาธารณะในสวนสาธารณะ เครื่องดื่มหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือไวน์ที่ตั้งอยู่ข้างเตา ด้วยความนิยมนี้ก่อให้เกิดนวัตกรรมอันน่าภูมิใจของชาวออสเตรเลียอย่าง ไวน์กล่อง (Cask Wine หรือ Box Wine) หรือที่เรียกกันตามภาษาวัยรุ่นว่า "Goon" มันคือไวน์ที่บรรจุในถุงฟอยล์ที่มีก๊อกน้ำและใส่ไว้ในกล่องกระดาษ ซึ่งจะช่วยป้องกันออกซิเจนเข้าได้ดีกว่าขวด ทำให้คงความสดใหม่ได้นานหลายสัปดาห์หลังเปิด กลายเป็นไอเทมคลาสสิกสำหรับการไปแคมป์ปิ้งของชาวออสซี่โดยเฉพาะวัยรุ่น เนื่องจากราคาสบายกระเป๋า ปริมาณเยอะ และแอลกอฮอล์สูง ดื่มได้เรื่อยๆและยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ทำไม...ฤดูกาลนี้ถึงสำคัญกับไวน์ออสเตรเลีย

Image by visitnsw.com
ในช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม (ฤดูใบไม้ร่วงตอนต้น) คือการเข้าสู่ช่วงเวลาที่เรียกว่า "Vintage" หรือฤดูเก็บเกี่ยวที่คึกคักและมีชีวิตชีวา ใครที่มีโอกาสขับรถผ่านไร่องุ่น คุณจะเห็นรถเก็บเกี่ยววิ่งไปมาในไร่ แถมยังได้กลิ่นหอมขององุ่นที่กำลังหมักอบอวลไปทั่วหุบเขา แต่ละโรงไวน์จะวุ่นวายมาก แต่ก็เป็นช่วงน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดสำหรับคนไวน์ เพราะคุณจะได้เห็นขั้นตอนการบดและหมักองุ่นจริงๆ ซึ่งหลายแห่งอาจกิจกรรมแข่งเหยียบองุ่น (Grape Stomping) และทัวร์เบื้องหลังกระบวนการให้ดูอีกด้วย ใครมีแพลนที่อยากจะออกไปเที่ยวไร่องุ่นแบบใกล้ชิด ช่วงต้นปีนี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด แต่ก็เป็นช่วงที่ที่พักอาจจะเต็มเร็วและราคาสูงกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงพีคของการท่องเที่ยว ประเทศออสเตรเลียมีเขตผลิตไวน์ที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการมากกว่า 60 แห่ง แต่ละพื้นที่มีสินค้าโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป หากคุณเน้นการถ่ายรูปและบรรยากาศโรแมนติก ต้องช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ร่วงตอนปลาย) ใบองุ่นจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็น สีเหลือง ทอง และแดงส้ม สวยงามราวกับภาพวาด อากาศจะเริ่มเย็นสบายเหมาะกับการนั่งจิบไวน์ริมเตาผิงหรือกลางแจ้ง
โรดทริปตะลุยไร่องุ่นแต่ละรัฐของออสเตรเลีย

Image by freepik.com
ในแต่ละภูมิภาคของประเทศมีการปลูกองุ่นสำหรับไวน์ที่แตกต่างกัน ช่วงเวลานี้เหมาะกับการจัดทริปขับรถลัดเลาะไปตามไร่องุ่นในช่วงนี้ เพราะคุณจะไม่ได้แค่ไปชิมไวน์ แต่คุณจะได้สัมผัสวิญญาณของการทำไวน์ ได้กลิ่นหอมของการหมักบ่มที่ลอยมาตามสายลม แต่ละรัฐมีที่ไหนน่าแวะกันบ้าง ก่อนจะสตาร์ทรถออกเดินทาง มาทำความรู้จักกับชื่อสายพันธุ์องุ่นยอดนิยมที่ปลูกเพื่อผลิตเป็นไวน์ อันได้แก่
- Cabernet Sauvignon องุ่นที่ทำไวน์แดงโครงสร้างดี
- Chardonnay องุ่นขาวยอดนิยม
- Grenache ทำไวน์แดงรสผลไม้สด ดื่มง่าย และเหมาะกับอากาศร้อน
- Pinot Noir องุ่นแดงที่ให้ไวน์รสเบา หอมผลไม้ และซับซ้อน ปลูกยากแต่มีคุณภาพสูง
- Riesling ทำไวน์ขาวหอม สดชื่น และมีความเป็นกรดสูง
- Semillon องุ่นขาวที่ให้ไวน์ได้ทั้งแบบแห้งและหวาน
- Shiraz องุ่นพันธุ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของออสเตรเลีย
ฯลฯ

The d'Arenberg Cube
Image by bosshunting.com.au
รัฐเซาท์ออสเตรเลีย (SA): Adelaide -> Barossa Valley -> Adelaide Hills -> McLaren Vale
Barossa Valley : หนึ่งในภูมิภาคผลิตไวน์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก มีโรงไวน์มากกว่า 150 แห่ง และห้องชิมไวน์มากกว่า 80 แห่ง เป็นพื้นที่ที่มีเถาองุ่น Shiraz ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังให้ผลผลิตต่อเนื่อง ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปถึงช่วงทศวรรษ 1840 สามารถผลิตไวน์ Shiraz คุณภาพได้รับรางวัลมากมาย
Adelaide Hills : แหล่งผลิตไวน์เขตหนาวที่มีความประณีตและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิต Sauvignon Blanc องุ่นสายพันธุ์สีเขียวที่ใช้ทำไวน์ขาว ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโลกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเลยทีเดียว
McLaren Vale : ภูมิภาคที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication – GI) อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1997 เป็นพื้นที่ที่มีเถาองุ่นที่เก่าแก่ที่สุดบางส่วนของโลก และถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมไวน์ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย อย่าพลาดที่จะแวะดูไร่องุ่นที่ตั้งอยู่ติดกับชายหาดและมหาสมุทร รวมถึงไวน์จากองุ่นพันธุ์ Grenache ที่มีรสชาติที่ยอดเยี่ยมและมีเอกลักษณ์
รัฐวิกตอเรีย (VIC) : Melbourne -> Yarra Valley -> Mornington Peninsula
Yarra Valley : แหล่งรวมไวน์โลกใหม่* ที่อากาศเย็น โดดเด่นสุดๆสำหรับการผลิตไวน์ Chardonnay มีความละมุนและซับซ้อน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในอาหารและไวน์ชั้นดี แถมที่นี่ยังห่างจาก Melbourne เพียงประมาณหนึ่งชั่วโมง
Mornington Peninsula : ที่นี่คือแหล่งผลิตไวน์ Pinot Noir ชั้นนำ เริ่มมีชื่อเสียงในช่วงทศวรรษ 1990 แม้ว่าภูมิภาคนี้จะถือว่ามีอากาศค่อนข้างอบอุ่นสำหรับองุ่นพันธุ์นี้
*ไวน์โลกใหม่ (New World Wine) คือคำที่ใช้เรียกไวน์ที่ผลิตในประเทศนอกเหนือจากทวีปยุโรปและตะวันออกกลาง โดยมักจะนำพันธุ์องุ่นและกรรมวิธีการทำไวน์มาจากยุโรป แต่ได้นำมาประยุกต์และพัฒนาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่จนมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

Image by visitnsw.com
รัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW) : Sydney -> Hunter Valley -> Mudgee
Hunter Valley : หนึ่งในภูมิภาคผลิตไวน์ Semillon ที่ใหญ่และมีอากาศอบอุ่นที่สุดของออสเตรเลีย ทำให้ไร่องุ่นแต่ละแห่งในภูมิภาคนี้มีลักษณะดิน สภาพอากาศ และภูมิประเทศเฉพาะตัว แตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละแห่ง
Mudgee : ในขณะที่ Hunter Valley อาจจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ลองเดินทางมาที่ Mudgee มีบรรยากาศที่สงบ เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวาย ที่นี่ยังเป็นผู้นำในด้านการทำไวน์แบบออร์แกนิกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (WA) : Perth -> Bunbury (Ferguson Valley) -> Margaret River
Ferguson Valley : ภูมิภาคห่างจาก Bunbury เมืองริมชายฝั่งไปทางตะวันออกเพียงประมาณ 15-20 นาที แหล่งรวมไร่ไวน์ชื่อดังและวิวทิวทัศน์ที่เป็นเนินเขาเขียวขจีและบรรยากาศที่สบายๆ บางแห่งยังมีห้องชิมไวน์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวพาโนรามาของไร่องุ่น ต่างจากความพลุกพล่านของ Margaret River
Margaret River : เป็นหนึ่งในภูมิภาคไวน์ที่ตั้งอยู่ห่างไกลทางภูมิศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ดินร่วนปนกรวดที่อุดมสมบูรณ์ช่วยให้ปลูกองุ่นคุณภาพสูงเป็นพิเศษ แม้ว่าที่นี่จะผลิตไวน์เพียงประมาณ 3% ของไวน์ทั้งหมดในออสเตรเลีย แต่กลับผลิตไวน์ระดับพรีเมียมของประเทศถึง 20% โดยที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาของไวน์แดง Cabernet Sauvignon สไตล์ไวน์โลกใหม่
รัฐแทสเมเนีย (TAS) : Launceston -> Tamar Valley
Tamar Valley : เขตผลิตไวน์ที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดของแทสเมเนีย ที่นี่เป็นแหล่งผลิตสปาร์กลิงไวน์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลียจากองุ่นสายพันธุ์ Chardonnay และ Pinot noir เพื่อเตรียมผลิตไวน์สปาร์กลิง แนะนำให้ขับรถลัดเลาะริมแม่น้ำ Tamar River เส้นทางขับรถสั้นๆ ที่สวยงามมาก และสามารถแวะโรงไวน์มากกว่า 30 แห่งได้ภายในระยะทางไม่กี่กิโลเมตร อีกความแตกต่างของรัฐที่อากาศเย็นกว่าอย่าง Tasmania นั่นคือฤดูเก็บเกี่ยวอาจจะช้ากว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรัฐทางตอนบน ซึ่งอยู่ที่ประมาณเดือนเมษายน
รัฐควีนส์แลนด์ (QLD): Brisbane -> Stanthorpe (Granite Belt)
Granite Belt : แม้ว่าจะไม่เป็นรัฐที่มีไวน์ชื่อดัง แต่ในควีนส์แลนด์เองก็มีแหล่งทำไวน์ที่น่าทึ่งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก โดยเฉพาะการเป็นแหล่งปลูกไวน์ในพื้นที่สูงที่มีอากาศหนาวเย็นสวนทางกับภาพลักษณ์รัฐเขตร้อน Granite Belt สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองในฐานะแหล่งผลิตไวน์ที่มีเอกลักษณ์และน่าสนใจ โดยตั้งอยู่รอบนอกเมือง Stanthorpe ที่ห่างจากบริสเบนประมาณ 3 ชั่วโมง อีกทั้งในเดือนมีนาคมไร่องุ่นใน Granite Belt จะอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวองุ่นแดงตัวท็อป คุณจะเห็นการทำงานจริงในโรงบ่ม ซึ่งหาดูได้ยากในช่วงเดือนอื่น
ในหลายประเทศการดื่มไวน์อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องของความหรูหรา แต่วัฒนธรรมไวน์ที่นี่มีความกันเองสูง ลองนึกภาพของคุณแต่งตัวสบายๆ อยู่ท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงต้นปีนี้ นั่งทานชีสและจิบไวน์กลางแจ้งพร้อมกับชมวิวไร่องุ่นอันกว้างใหญ่ คงเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ จนชาวออสซี่มีคำที่เรียกว่า “Long Lunch” คือการทานมื้อเที่ยงยาวๆ ในไร่องุ่น นั่งกิน นั่งคุย และจิบไวน์ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เที่ยงวันยันบ่ายแก่ๆ
วันหยุดสุดสัปดาห์นี้อย่าลืมหาเวลาขับรถออกไป พาตัวเองไปซึมซับบรรยากาศไร่องุ่นอันแสนสุขร่วมกับเพื่อนๆและคนในครอบครัว ทั้งได้ค้นพบไวน์ใหม่ๆ และช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกัน สร้างความสุขเล็กๆ ของปีให้น่าจดจำ
อ้างอิง
- verawine.com.au
- www.australia.com
- www.intothevineyard.com
- www.news.com.au
