เข้าสู่ 3 เดือนสุดท้ายของปี... ใครที่เหน็ดเหนื่อยกับอุปสรรคตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ขอให้เดือนตุลาคมนี้เป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้พักกายพักใจอย่างแท้จริง

ช่วงเวลานี้ในควีนสแลนด์กำลังย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ สภาพอากาศอบอุ่นกำลังสบาย ฝนน้อย มีอุณหภูมิเฉลี่ยยามเช้าและเย็นอยู่ที่ 18°C–26°C ทางตอนใต้สะพรั่งไปด้วยสีสันของดอกไม้ โดยเฉพาะ ดอก Jacaranda (ศรีตรัง) ที่ย้อมเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นสีม่วงพาสเทล ส่วนทางตอนเหนือน้ำทะเลก็ใสสะอาดน่าเที่ยวเพราะเป็นช่วงปลายฤดูแล้ง (Dry Season)

หากพอมีเวลาสัก 1–2 สัปดาห์ การออกไป “โรดทริป” บนเส้นทางยอดนิยมจากบริสเบนสู่เมืองแคนส์ (Cairns) นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ฮีลใจที่จะพาคุณไปสัมผัสความอลังการของธรรมชาติในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของปี... มาดูกันว่าตลอดเส้นทางนี้จะมีเสน่ห์แห่งไหนรอให้คุณไปค้นพบกันบ้าง

 

  ภาพรวมระยะเวลาและการเดินทาง  

01.jpg

Photo by averie woodard on Unsplash

      เส้นทางท่องเที่ยว "Pacific Coast Way" ที่ขับเลียบทะเลบนสายทางหลวง Bruce Highway (A1) จากบริสเบนถึงแคนส์ ถือเป็นหนึ่งในเส้นทาง Road Trip ชายฝั่งที่สวยติดอันดับโลก ระยะทางรวมประมาณ 1,700 กิโลเมตร ในช่วงปลายปีถือเป็นช่วงเวลาทองของการขับรถเที่ยว เนื่องจากสภาพอากาศที่อบอุ่น อุณหภูมิประมาณ 20°C–28°C ฝนตกน้อย คลื่นลมสงบ และเป็นช่วงพีคที่สุดของการดูวาฬและชมดอกไม้บาน ระยะเวลาที่เหมาะสมอยู่ที่ 10 – 12 วัน ขับรถวันละ 2–4 ชั่วโมง ไม่เหนื่อยจนเกินไป มีเวลาแวะเที่ยวเต็มที่

ส่วนการเช่ารถ แนะนำเช่ารถแบบ One-Way รับรถที่เมืองบริสเบนแล้วคืนรถที่เมืองแคนส์ รถเก๋งทั่วไปขับได้สะดวกตลอดเส้นทาง หรือเลือก 4WD หากต้องการนำไปขับลุยบนเกาะ K'gari

  จุดแวะพักและกิจกรรมห้ามพลาดในแต่ละเมือง  

Brisbane

02.jpg

Photo by Gerrie van der Walt on Unsplash

      จุดเริ่มต้นของการเดินทางจากเมืองหลวงของรัฐ เดือนตุลาคมต้อนรับ Jacaranda Season ต้นศรีตรังนับพันต้นพร้อมใจกันออกดอกสีม่วงละมุนปกคลุมทั่วทั้งเมืองและร่วงโรยเป็นพรมสีม่วงตามพื้นดิน

ระยะเวลาแนะนำ: Day 1 จุดรับรถและเริ่มเดินทาง

กิจกรรมห้ามพลาด:

  • เดินชมดอก Jacaranda ใน University of Queensland (UQ St Lucia) จุดชมที่โรแมนติกที่สุด เดินลอดซุ้มอุโมงค์ต้นไม้ริมฝั่งแม่น้ำบริสเบนและสระน้ำภายในมหาวิทยาลัย แนะนำสวมใส่เสื้อผ้าสีโทนสว่าง เช่น สีขาว ครีม พาสเทล หรือสีเหลืองนวล จะช่วยให้ตัวคุณโดดเด่นตัดกับสีม่วงของดอก Jacaranda
  • นั่งเรือ CityCat ล่องแม่น้ำบริสเบนยามบ่าย ชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งน้ำที่แซมด้วยสีม่วงของ Jacaranda แล้วแวะรับประทานอาหารค่ำริมน้ำที่ Howard Smith Wharves ใต้สะพาน Story Bridge

 

Noosa Heads

03.jpg

Photo by Nick Sarvari on Unsplash

      ขับจากบริสเบนประมาณ 2 ชั่วโมง / 140 กม. มาถึงเมืองตากอากาศสุดหรูแถว Sunshine Coast มีอุทยานแห่งชาติริมทะเลที่โดดเด่น ชายหาดสวย และร้านอาหารสไตล์บูทีค

ระยะเวลาแนะนำ: Day 1 – Day 2 

กิจกรรมห้ามพลาด:

  • เดินป่าชมวิวทะเลใน Noosa National Park มีโอกาสพบโคอาล่าตามธรรมชาติ
  • พักผ่อน จิบกาแฟบริเวณ Hastings Street
  • พายเรือคายัคใน Noosa Everglades หนึ่งในสองระบบนิเวศบึงเอเวอร์เกลดส์ของโลก

 

Hervey Bay

04.jpg

Photo by Todd Cravens on Unsplash

      ขับจากนูซ่าประมาณ 2.5 ชั่วโมง / 190 กม. ก็จะถึง Platypus Bay บริเวณเมืองเฮอร์วีย์เบย์ น่านน้ำได้รับการแต่งตั้งเป็น World Whale Heritage Site แห่งแรกของโลก เดือนนี้ถือเป็นช่วง Peak Season สำคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ฝูงแม่วาฬหลังคด (Humpback Whales) พาลูกวาฬแรกเกิดมาแวะพักผ่อนและสอนทักษะการว่ายน้ำในน่านน้ำที่คลื่นลมสงบ ก่อนจะว่ายลงใต้ไปยังมหาสมุทรแอนตาร์กติกา อีกทั้งเป็นประตูสู่เกาะทราย K'gari (Fraser Island) ที่มีชื่อเสียง

ระยะเวลาแนะนำ: Day 3 – Day 4 

กิจกรรมห้ามพลาด:

  • นั่งเรือออกไปชมวาฬ
  • ข้ามไปเที่ยว Day Trip หรือค้างคืนบนเกาะ K'gari (Fraser Island) เกาะทรายธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก มรดกทางธรรมชาติของ UNESCO สำรวจทะเลสาบน้ำจืดใสราวกับกระจกอย่าง Lake McKenzie ขับรถ 4WD ลุยหาดทรายยาว 75 Mile Beach และลงเล่นน้ำใน Champagne Pools

 

Agnes Water และ Town of 1770

05.jpg

Photo by queensland.com

      ขับจากเมืองเฮอร์วีย์เบย์ประมาณ 3 ชั่วโมง / 230 กม. ก็มาถึง แอกเนส วอเตอร์ เมืองชายทะเลขนาดเล็กแสนสงบ และเมืองคู่แฝดอย่าง 1770 (Seventeen Seventy) เป็นจุดประวัติศาสตร์ที่กัปตันเจมส์ คุก เคยมาเทียบท่าในปี ค.ศ. 1770 เป็นจุดเหนือสุดของออสเตรเลียฝั่งตะวันออกที่สามารถเล่นกระดานโต้คลื่นได้ บรรยากาศเงียบสงบและเป็นธรรมชาติ เหตุผลที่ทั้งสองเมืองนี้ได้รับการเรียกว่าเมืองคู่แฝด (Twin Towns) เพราะทั้งสองเมืองตั้งอยู่บนแหลมเดียวกันในเขต Gladstone Region ของรัฐควีนส์แลนด์ ระยะทางห่างกันเพียงประมาณ 8 กิโลเมตร อีกทั้งชาวเมืองของทั้งสองแห่งใช้รหัสไปรษณีย์เดียวกัน (Postcode 4677) อีกด้วย

ระยะเวลาแนะนำ: Day 5

กิจกรรมห้ามพลาด:

  • ชมพระอาทิตย์ตกดินข้ามทะเลที่เมือง 1770 หนึ่งในไม่กี่จุดบนชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลียที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินจมลงสู่ผืนน้ำทะเลได้อย่างงดงาม
  • แวะเส้นทางธรรมชาติ Paperbark Forest Boardwalk เดินผ่านซุ้มต้นเปปเปอร์บาร์กโบราณบนสะพานไม้ลอยฟ้าสั้นๆ บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย
  • แวะไปโต้คลื่นที่จุดเหนือสุดของออสเตรเลียฝั่งตะวันออก ก่อนจะเข้าสู่เขตแนวปะการัง Great Barrier Reef

 

Airlie Beach

06.jpg

Photo by Nicolas Weldingh on Unsplash

      หลังจากขับรถมาเป็นเวลานานจากแอกเนส วอเตอร์ประมาณ 7.5 ชั่วโมง / 700 กม.  ไม่ลืมที่จะแวะมาพักผ่อนค้างคืนต่อที่ แอร์ลีบีช เมืองท่าหลักสู่หมู่เกาะ Whitsundays สวรรค์แห่งคนรักทะเลและการล่องเรือ หมู่เกาะวิตซันเดย์ประกอบด้วยเกาะเขตร้อน 74 เกาะ ใจกลางแนวปะการัง Great Barrier Reef เดือนตุลาคมมีสภาพอากาศสมบูรณ์แบบ อากาศแห้ง สดใส ลมพัดสบาย เหมาะกับการล่องเรือใบมากที่สุด อุณหภูมิน้ำทะเลกำลังดี และระดับวิสัยทัศน์ใต้น้ำสูงมาก หรือจะแวะพักครึ่งทางที่เมือง Rockhampton ได้

ระยะเวลาแนะนำ: Day 6 – Day 8

กิจกรรมห้ามพลาด:

  • นั่งเรือไปหาดทราย Whitehaven Beach ชายหาดที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ด้วยทรายซิลิกาบริสุทธิ์ 98% ที่ขาวละเอียดและไม่สะสมความร้อน ทำให้เดินเท้าเปล่าได้สบาย
  • แวะจุดชมวิว Hill Inlet จุดชมวิวบนยอดเขาที่มองเห็น
  • นั่งเครื่องบินเล็กหรือเฮลิคอปเตอร์ชม Heart Reef ปะการังรูปหัวใจตามธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และการล่องเรือใบพักผ่อนนอนค้างคืนบนเรือกลางหมู่เกาะ
  • แวะเมืองร็อกแฮมตัน เมืองหลวงแห่งเนื้อวัวของออสเตรเลีย แวะทานสเต๊กเนื้อเกรดพรีเมียม และถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมสไตล์วิกตอเรียนบนถนน Quay Street

 

Townsville

07.jpg

Photo by ROMAIN TERPREAU on Unsplash

      ขับจากแอร์ลีบีชประมาณ 3.5 ชั่วโมง / 275 กม. ก็จะถึงเมืองชายฝั่งเขตร้อนขนาดใหญ่ที่มีเอกลักษณ์ และเป็นประตูสู่เกาะ Magnetic Island เพียง 20 นาทีด้วยเรือเฟอร์รี่ เหมาะเป็นจุดแวะพักระหว่างทางสู่ทางเหนือ

ระยะเวลาแนะนำ: Day 9 

กิจกรรมห้ามพลาด:

  • นั่งเรือเฟอร์รี่ 20 นาทีไป Magnetic Island ขับรถกอล์ฟจิ๋วชมเกาะ เดินเส้นทาง The Forts Walk ชมป้อมปราการสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และส่องโคอาล่าป่าบนต้นไม้ริมทาง รวมถึงให้อาหาร Rock Wallaby ที่ Geoffrey Bay
  • เดินเล่นเส้นทาง The Strand สวนสาธารณะและถนนเดินเล่นริมชายหาด มีทางเดินชมทัศนียภาพมองเห็นเกาะ Magnetic Island

 

Mission Beach

08.jpg

Photo by David Clode on Unsplash

      ขับจากทาวส์วิลล์ประมาณ 3 ชั่วโมง / 235 กม. มาถึงหมู่บ้านชายหาดเงียบสงบความยาว 14 กิโลเมตรที่ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าวสไตล์เขตร้อน ที่ซึ่งผืนป่าฝนเขตร้อนมาบรรจบกับมหาสมุทร

ระยะเวลาแนะนำ: Day 10

กิจกรรมห้ามพลาด:

  • เดินเล่นชายหาดทรายสีทองริมต้นมะพร้าว
  • แวะชมน้ำตกในแถบ Atherton Tablelands ใกล้เคียง
  • ส่องนกคาสโซวารี (Cassowary) นกโบราณขนาดใหญ่หายากที่มีหงอนบนหัว มักออกมาเดินข้ามถนนหรือเดินหาผลไม้ตามแนวป่าริมหาด
  • กระโดดร่มดิ่งพสุธาพร้อมวิวป่าฝนและ Great Barrier Reef ก่อนลงแตะพื้นหาดทราย

 

Cairns

09.jpeg

Photo by queensland.com

      จุดหมายปลายทางสุดท้ายของทริปบนถนน Bruce Highway ขับจากมิชชั่นบีชประมาณ 2 ชั่วโมง / 140 กม. เข้าสู่เมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวเขตร้อนของควีนส์แลนด์ ที่มีทั้งป่าฝนโบราณ Daintree Rainforest และ Great Barrier Reef ที่มีชื่อเสียง เมืองที่จะพาเราออกไปสัมผัสป่าฝนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ลงแช่น้ำลำธารใสท่ามกลางหุบเขาหินแกรนิต อีกทั้งเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการดำน้ำลึกและสเนอร์เกิล เนื่องจากระดับวิสัยทัศน์ใต้น้ำใสสูงถึง 20–30 เมตร คลื่นสงบ และยังไม่เข้าสู่ฤดูมรสุมหรือช่วงตื่นตัวของแมงกะพรุนพิษ

ระยะเวลาแนะนำ: Day 11 – Day 12 ปลายทางทริป

กิจกรรมห้ามพลาด :

  • แน่นอนว่าต้องห้ามพลาดประสบการณ์ใต้น้ำที่ Great Barrier Reef ที่คุณสามารถซื้อแพ็คเกจทัวร์นั่งเรือคาตามารันออกเพื่อดำน้ำลึกหรือจะสเนอร์เกิล ที่บริเวณ Norman Reef หรือ Agincourt Reef
  • แวะ Fitzroy Island & Green Island เกาะปะการังใกล้ชายฝั่งที่เดินทางสะดวก เหมาะกับการพายเรือคายัคท้องกระจก ชมเต่าทะเลและปลาการ์ตูน
  • นั่งกระเช้าลอยฟ้า Skyrail Cableway ข้ามยอดป่าฝน และนั่งรถไฟโบราณ Kuranda Scenic Railway ผ่านน้ำตก Baron Falls
  • เที่ยวป่าฝน Daintree Rainforest ผืนป่าฝนเขตร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุมากกว่า 180 ล้านปี  ในเดือนตุลาคมเส้นทางเดินป่าจะแห้งและสว่าง ต้นไม้ออกใบใหม่สดชื่น และยังไม่เจอฝนตกหนักของมรสุมฤดูร้อน
  • อย่าลืมแวะ Mossman Gorge หุบเขาหินแกรนิตและลำธารน้ำใสสะอาด ล้อมรอบด้วยต้นไม้โบราณ สามารถเดินศึกษาธรรมชาติและฟังเรื่องราวจากชาวอะบอริจินเผ่า Kuku Yalanji 

  ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการขับรถ 

10.jpg

Photo by Davyd Markovskyi on Unsplash

เนื่องจากการโรดทริปบนเส้นทาง Bruce Highway มีระยะทางกว่า 1,700 กิโลเมตรจากบริสเบนไปยังแคนส์ แน่นอนว่าเป็นเส้นทางที่ยาวจึงต้องมีข้อควรระมัดระวังและความปลอดภัยดังนี้

  • ระวังสัตว์ป่าข้ามถนน : เนื่องจากบน Bruce Highway มีสัตว์ป่า เช่น จิงโจ้ และวอลลาบี ออกมากินหญ้าข้างทางเป็นจำนวนมากในช่วงพลบค่ำถึงเช้าตรู่ หลีกเลี่ยงการขับรถทางไกลนอกเมืองหลังพระอาทิตย์ตกดิน หากจำเป็นต้องขับช่วงกลางคืนให้ลดความเร็ว คอยสังเกตเงาสะท้อนดวงตาข้างทาง และใช้ไฟสูงเมื่อไม่มีรถสวนทาง
  • การขับตามและแซงรถบรรทุกขนาดใหญ่ : บนเส้นทางสายนี้มีรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถพ่วงยาว (Road Trains) ขับสัญจรเป็นจำนวนมาก การแซงรถยาวเหล่านี้ต้องใช้ระยะทางและทัศนวิสัยมากกว่าปกติ ควรรอแซงตรงจุดที่เป็นเลนแซงเฉพาะ (Overtaking Lanes) เท่านั้น
  • ค่าผ่านทางช่วงออกจากบริสเบน (Toll Roads) : หากใช้รถเช่าควรแจ้งบริษัทรถเช่าเรื่องการเปิดใช้ระบบ E-Toll หรือลงทะเบียนซื้อ Visitor Pass ผ่านระบบ Linkt ล่วงหน้า เพื่อป้องกันค่าปรับการใช้ทางด่วน
  • การแวะเติมน้ำมัน: เมืองใหญ่ๆ มีปั๊มน้ำมันถี่แต่ช่วงระหว่าง Agnes Water ไป Airlie Beach ควรเติมน้ำมันให้เต็มถังเสมอเมื่อเจอเมืองใหญ่ อย่าปล่อยให้น้ำมันต่ำกว่า 1/4 ถัง เมื่อเจอเมืองใหญ่หรือปั๊มน้ำมันควรเติมให้เต็มไว้เสมอ พร้อมพกน้ำดื่มและขนมทานเล่นติดรถไว้เพื่อเติมพลังงาน
  • เตรียมแผนที่ออฟไลน์ : สัญญาณโทรศัพท์อาจขาดหายไปในบางช่วงของต่างจังหวัด แนะนำให้ดาวน์โหลดแผนที่แบบ Offline ใน Google Maps ตลอดเส้นทาก็บไว้ในมือถือล่วงหน้า

 

ควีนส์แลนด์ในเดือนตุลาคมคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการเดินทาง ตั้งแต่เสน่ห์สีม่วงสะพรั่งของดอก Jacaranda ไปจนถึงผืนทะเลและป่าฝนระดับมรดกโลกตลอดเส้นทางสู่แคนส์ เตรียมตัวให้พร้อมสายลมและแดดอุ่นของฤดูใบไม้ผลินี้ก็พร้อมมอบความทรงจำอันงดงามที่จะประทับใจคุณไปอีกนาน