จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ออสเตรเลียได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันโลกอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจออสเตรเลียในหลายมิติ แน่นอนว่าทำให้เกิดภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนปรับขึ้นราคาอย่างเห็นได้ชัด ต้นทุนการขนส่งก็เพิ่มขึ้นตาม ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในซูเปอร์มาร์เก็ตปรับตัวขึ้น สร้างภาวะเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในวงกว้าง
แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลออสเตรเลียก็ไม่นิ่งนอนใจ ได้ปล่อยนโยบายด้านการเดินทางที่ช่วยเหลือประชาชน และนี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเดินทางได้ประหยัดเงินที่สุดในแต่ละรัฐ เพื่อไม่ให้การใช้ชีวิตของเราเครียดมากจนเกินไป ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูก่อนเข้าสู่หน้าหนาวเต็มตัว
ลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง ด้วยรถสาธารณะในออสเตรเลีย

Image by Kerry Dunlop from Pixabay
เมื่อน้ำมันแพงการพึ่งพาระบบรางและขนส่งสาธารณะคือคำตอบ หลายเมืองในออสเตรเลียได้พัฒนาระบบขนส่งที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเข้ากับเมืองใหญ่ได้อย่างไร้รอยต่อ แถมรัฐฯเองยังมีนโยบายปรับลดค่าโดยสารพิเศษอีกทั้งยังมีเทคนิคที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ละรัฐมีแนวทางอย่างไรบ้าง มาดูกัน
นิวเซาท์เวลส์ (NSW)
การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในรัฐ New South Wales โดยเฉพาะในแถบตัวเมืองซิดนีย์และพื้นที่รอบๆ (เช่น Blue Mountains, Central Coast, Hunter และ Illawarra) มีการบริหารจัดการผ่านระบบ Opal แต่ทุกวันนี้คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปต่อคิวซื้อบัตร Opal สีดำ (สำหรับผู้ใหญ่) ก็ได้ เพราะคุณสามารถใช้บัตรเครดิต, บัตรเดบิต หรือ Digital Wallet แตะเข้า-ออกที่ประตูกั้นได้แล้วเช่นกัน
- สำหรับเมืองซิดนีย์ รับส่วนลดทันที 30% เมื่อแตะบัตรขึ้นรถโดยสารนอกเวลาเร่งด่วน (Off-peak) ในวันธรรมดาและวันหยุด โดยช่วง Peak (ที่ควรเลี่ยง) คือ จันทร์-ศุกร์ เวลา 07:00 – 09:00 น. และ 16:00 – 18:30 น. (อ้างอิงตามเวลาที่แตะบัตรเข้าสถานี)
- มีระบบจำกัดเพดานค่าโดยสารรายวันและรายสัปดาห์ (Fare Caps) ทำให้ไม่ว่าคุณจะขึ้นรถไฟ, รถบัส, รถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail) หรือเรือเฟอร์รี่กี่เที่ยวก็ตาม ค่าบริการรวมจะไม่เกินยอดที่กำหนดไว้
สำหรับบัตรผู้ใหญ่ จ่ายสูงสุด $50 ต่อสัปดาห์ เพดานรายวันวันธรรมดา จ่ายสูงสุดไม่เกิน $19.30 ต่อวัน (นับรอบตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสฯ) และ $25 ต่อสัปดาห์ สำหรับเด็ก/นักเรียน/Concession - ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระบบ Opal จะลดเพดานราคาค่าโดยสารรายวันลงครึ่งหนึ่งเหลือเพียง $9.65 ต่อวันเท่านั้น! หมายความว่าในวันหยุดเหล่านั้น คุณจะนั่งรถไฟ รถบัส หรือนั่งเรือเฟอร์รี่ชมวิวไปกลับกี่รอบก็ได้ โดยระบบจะหักเงินสูงสุดแค่นี้ เหมาะมากสำหรับการจัดทริปเที่ยวในวันหยุด
ไฮไลต์สำหรับนักท่องเที่ยว: นั่งเรือเฟอร์รี่สาย F1 จาก Circular Quay ไปยังหาด Manly ในราคาประหยัดที่รัฐบาลควบคุม และ แนะนำให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Opal Travel ติดเครื่องไว้สำหรับเช็คยอดเงิน วางแผนเส้นทางล่วงหน้า และเช็คว่าในสัปดาห์นั้นเราเดินทางไปใกล้จะชนเพดานราคาเพื่อสิทธิ์นั่งฟรีแล้วหรือยัง
วิกตอเรีย (VIC)

Image by seniorsinmelbourne.com.au
ระบบขนส่งสาธารณะของรัฐ Victoria จะบริหารจัดการภายใต้เครือข่าย PTV (Public Transport Victoria) และใช้บัตร myki (ไมกี้) เป็นตั๋วหลักในการเดินทาง ครอบคลุมทั้งรถไฟ Metro, รถบัส, รถราง Tram และรถไฟข้ามเมือง V/Line
- หากพูดถึงการเดินทางภายในเมืองเมลเบิร์น ที่นี่โด่งดังเรื่องระบบโซนรถรางฟรี (Free Tram Zone) ที่มีอย่างยาวนานและครอบคลุมพื้นที่ใจกลางธุรกิจ (CBD) ทั้งหมดของเมือง ตราบใดที่คุณขึ้นและลงรถรางภายในเขต Free Tram Zone คุณไม่ต้องแตะบัตร myki เลยแม้แต่ครั้งเดียว
- ถ้าคุณแตะบัตรเดินทาง (Tap on) หลังเวลา 18:00 น. เป็นครั้งแรกของวัน บัตร myki จะคำนวณเงินให้คุณจ่ายในราคาตั๋ว 2 ชั่วโมง ($5.70) แต่สิทธิ์การเดินทางจะลากยาวไปจนถึงเวลา 03:00 น. ของวันรุ่งขึ้น หมายถึงคุณได้เที่ยวฟรีสูงสุดถึง 9 ชั่วโมงในราคาแค่ตั๋ว 2 ชั่วโมงเท่านั้น เหมาะสำหรับสายปาร์ตี้หรือเน้นเที่ยวแสงสียามค่ำคืน
- ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่าน รัฐฯออกนโยบายให้ผู้เดินทางที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถเดินทางด้วยรถไฟ รถราง และรถบัสในเมลเบิร์นได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้วยสิทธิ์ Youth myki ส่วนนักศึกษาต่างชาติในระดับปริญญาตรีที่เรียนเต็มเวลา ลองเช็คสิทธิ์ International Student Travel Pass กับสถาบันของตัวเองดูครับ เพราะจะได้รับส่วนลดค่าตั๋วแบบรายปีสูงถึง 50% เลยทีเดียว
- ในวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพดานราคาค่าโดยสารรายวันของบัตร myki จะถูกปรับลดลงมาถูกกว่าวันธรรมดาอีก ราคาเพดานรายวันวันหยุด (Weekend Daily Cap) จ่ายสูงสุดเพียง $8.00 ต่อวัน นั่งวนไปกี่เที่ยว กี่โซน ทั่วทั้งรัฐ Victoria ก็จ่ายแค่นี้ เหมาะมากสำหรับการแพลนโรดทริปสาธารณะหรือไปเที่ยวธรรมชาตินอกเมืองช่วงสุดสัปดาห์
- นอกจากตั๋วเติมเงินปกติแล้ว ยังมี myki Pass หรือตั๋วเหมาวัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปทำงานหรือเรียน 5-7 วันต่อสัปดาห์ โดยคุณสามารถเลือกซื้อตั๋วแบบเหมา 7 วัน หรือเลือกจำนวนวันได้ตั้งแต่ 28-365 วัน ซึ่งจะตกเฉลี่ยเหลือเพียง $6.84 ต่อวัน เท่านั้น ประหยัดกว่ารายวันปกติถึงเกือบครึ่งหนึ่ง
ไฮไลต์สำหรับนักท่องเที่ยว: ขึ้นรถรางสายประวัติศาสตร์ City Circle Tram (สาย 35) เพื่อนั่งเที่ยวชมรอบสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของเมลเบิร์น พร้อมระบบบรรยายเสียงฟรี โดยไม่มีการปล่อยมลพิษ พร้อมมีบรรยายประวัติศาสตร์สถานที่ท่องเที่ยวให้ฟังเพลินๆ ด้วย
**นโยบายพิเศษสำหรับผู้เดินทาง : ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ผู้คนสามารถสัญจรด้วยรถไฟ รถราง และรถบัสในเมลเบิร์นและภายในรัฐได้ “ฟรี” (ยกเว้นการเดินทางไปยัง Albury, Mount Gambier และ Deniliquin) หลังจากช่วงเดินทางฟรีสิ้นสุดในวันที่ 31 พฤษภาคม ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะทั่วรัฐวิกตอเรียจะลดครึ่งราคาสำหรับผู้โดยสารทุกคน จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2027 ใช้ได้ทั้งกับค่าโดยสารปกติและค่าโดยสารสำหรับผู้มีสิทธิ์ลดหย่อน (concession)
ควีนส์แลนด์ (QLD)

Image by https://www.fight4qld.com/50centsforever
ข่าวดีที่สุดคือปัจจุบันรัฐควีนส์แลนด์กลายเป็นรัฐที่ค่าโดยสารสาธารณะประหยัดที่สุดในออสเตรเลียไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในรัฐ Queensland (เช่น เมืองบริสเบน, โกลด์โคสต์ และซันไชน์โคสต์) ภายใต้เครือข่าย Translink ผ่านระบบบัตร Go Card หรือสามารถใช้บัตรเครดิต Contactless แตะจ่ายได้ทันที
- รัฐฯ ออกนโยบายที่มีชื่อว่า "50 Cent Fares Forever" ไม่ว่าคุณจะเดินทางด้วยรถไฟ (Queensland Rail), รถบัส, เรือเฟอร์รี่ (CityCat), หรือรถราง (G-Link) คุณจะจ่ายค่าโดยสารเพียง 50 เซนต์ ต่อเที่ยวเท่านั้น นักท่องเที่ยวสามารถใช้สิทธิ์นี้เดินทางจากตัวเมืองไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง โกลด์โคสต์ และซันไชน์โคสต์ ได้ในราคาไม่ถึง 1 ดอลลาร์ ซึ่งช่วยประหยัดค่าน้ำมันในยุควิกฤตพลังงานไปได้มากกว่า 90% เรท นี้เป็นระบบราคาเหมาจ่ายสำหรับทุกคน (Flat Rate) คุณจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการคำนวณส่วนลด Off-peak หรือส่วนลดความถี่แบบเก่าอีกต่อไป
- มีข้อยกเว้นบางประเภทที่คุณต้องตรวจสอบให้ดี เช่น รถไฟไป-กลับสนามบิน Brisbane, รถไฟสายที่วิ่งเข้า-ออกสนามบินบริสเบน (Domestic & International Airport) เป็นสัมปทานของบริษัทเอกชน จะไม่เข้าร่วมโปรแกรม 50 เซนต์ คุณยังคงต้องจ่ายค่าโดยสารในอัตราพิเศษของ Airtrain ตามปกติ และ เรือเฟอร์รี่เอกชนบางสาย เช่น เรือข้ามฟากสายภูมิภาคที่ไม่ได้บริหารงานโดย Translink จะคิดราคาตามเรทของบริษัทผู้ให้บริการนั้นๆ
ไฮไลต์สำหรับนักท่องเที่ยว: หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินไฮกิ้งชมวิวมหาสมุทรแบบพาโนรามาและส่องสัตว์ป่าที่ Burleigh Heads National Park (เข้าฟรี) ให้คุณนั่งรถราง G:link มาลงสุดสายที่ Broadbeach South แล้วต่อรถบัสประจำทางสาย 700 ลงไปทางใต้ ซึ่งการต่อรถบัสนี้ระบบก็นับรวมในเงื่อนไขการต่อสาย ทำให้ทริปยาวนี้จบลงที่ราคารวม 50 เซนต์เท่าเดิม คุ้มสุดๆ
ออสเตรเลียตะวันตก (WA)
การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเครือข่าย Transperth ของรัฐ Western Australia ครอบคลุมเมืองเพิร์ทและพื้นที่ใกล้เคียง มีการปรับโครงสร้างราคาใหม่ครั้งใหญ่ ทำให้เป็นหนึ่งในระบบที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุดในออสเตรเลีย'
- ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 รัฐบาลเวสเทิร์นออสเตรเลียได้ยกเลิกระบบคำนวณราคาตามจำนวนโซน (Zone System) ของเดิมออกไปเกือบทั้งหมด และเปลี่ยนมาใช้ระบบ "Go Anywhere Fare" หรือระบบราคาระดับภูมิภาคอัตราเดียว (Suburban Flat Fare) สำหรับเมืองเพิร์ท ค่าโดยสารในการเดินทางข้ามโซนให้อยู่ในราคาคงที่ราคาเดียว เงื่อนไขคือ ตั๋วมีอายุ 3 ชั่วโมง เมื่อแตะบัตรจ่ายเงินระบบจะให้สิทธิ์คุณนั่งรถไฟ, รถบัส หรือเรือเฟอร์รี่ ต่อรถเปลี่ยนสายข้ามไปมาในเครือข่ายได้ฟรีแบบไม่จำกัดภายในเวลา 3 ชั่วโมงเต็ม (นับจากเวลาที่แตะบัตรครั้งแรก) โดยจ่ายเพียง $2.80 ต่อเที่ยวเมื่อใช้บัตร SmartRider และ $3.50 ต่อเที่ยว เมื่อจ่ายด้วยเงินสด หรือแตะผ่าน Contactless ด้วยบัตรเครดิต/เดบิต
- บริการนั่งรถสาธารณะฟรีทุกวันอาทิตย์ คือนโยบายช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐที่ยอดเยี่ยม ในวันอาทิตย์ ตั้งแต่ขบวนแรกของวันจนถึงขบวนสุดท้ายก่อนเที่ยงคืน ระบบขนส่งสาธารณะของ Transperth ทั้งรถไฟ รถบัส และเรือเฟอร์รี่เปิดให้เดินทาง ฟรี 100% แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมทั้งมีโซนเดินทางฟรี (Free Transit Zones - FTZ) สำหรับทั้งรถบัสและรถไฟภายในใจกลางเมืองเพิร์ท
- ก่อนเริ่มเดินทาง แนะนำให้ซื้อบัตร SmartRider (ราคาบัตรเปล่า $10 และเติมเงินขั้นต่ำ $10) เพื่อใช้แตะจ่าย ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดเงินค่าตั๋วต่อเที่ยวได้มากกว่าการซื้อตั๋วเงินสด และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Transperth ไว้เช็คตารางเวลารถ
ไฮไลต์สำหรับนักท่องเที่ยว: ใจกลางเมืองเพิร์ทมีโซนบริการขนส่งสาธารณะที่คุณสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย โดยใช้บริการรถบัส Central Area Transit (CAT) ฟรี วิ่งวนรอบจุดท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองเพิร์ท รวมถึงในย่าน Joondalup และ Fremantle คุณสามารถเดินขึ้น-ลงได้ฟรีตลอดเวลาโดยไม่ต้องแตะตั๋ว เพื่อเดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ในเมืองโดยไม่ต้องเสียเงินสักเซนต์
ออสเตรเลียใต้ (SA)

Image by https://www.reddit.com
ข้ามมาที่รัฐ South Australia ซึ่งมีเมืองแอดิเลดเป็นเมืองหลวงกัน ระบบขนส่งสาธารณะที่นี่บริหารงานโดย Adelaide Metro ที่ครอบคลุมทั้งรถไฟ รถบัส และรถราง ความเจ๋งของที่นี่คือคิดราคาเท่ากันหมดทุกระบบและทุกระยะทาง ไม่ว่าจะนั่งใกล้หรือนั่งข้ามไปไกลแค่ไหนก็ตาม
- ในตัวเมืองแอดิเลด มีโซนเดินทางฟรีขนาดใหญ่ที่คุณสามารถใช้บริการได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักดอลลาร์ คุณสามารถนั่งรถราง (Tram) ในบริเวณ Free Tram Zone ได้ ฟรี 100% ในเส้นทางระหว่างสถานี South Terrace ไปจนถึง Adelaide Entertainment Centre รวมถึงเส้นทางที่แยกไป Festival Plaza และ Botanic Gardens ตราบใดที่ขึ้นและลงภายในโซนนี้ ไม่ต้องแตะบัตรเลย
- เส้นทางรถรางประวัติศาสตร์ Glenelg Tram ในโซนเมือง ตั้งแต่สถานี Entertainment Centre ผ่านใจกลางย่านธุรกิจ (CBD) วิ่งผ่านจัตุรัส Victoria Square และแล่นยาวออกนอกเมืองตัดตรงเข้าสู่ Moseley Square ซึ่งอยู่ติดกับ ชายหาด Glenelg (Glenelg Beach) แหล่งพักผ่อนตากอากาศชายทะเลที่ยอดนิยมที่สุดของเมือง เปิดให้ผู้โดยสารนั่งฟรีตลอดสาย
ไฮไลต์สำหรับนักท่องเที่ยว: หากคุณบริหารเวลาเดินทางให้ตรงกับช่วง Off-Peak ค่าโดยสารจะถูกลงกว่าช่วงเร่งด่วน จากเที่ยวละ $4.55 เหลือเพียง $2.60 สำหรับบัตรผู้ใหญ่ ซึ่งคือช่วงวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) เวลา 09:01 น. – 15:00 น. และ หลัง 19:01 น. เป็นต้นไป รวมถึงวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ตลอดทั้งวัน
แทสเมเนีย (TAS)
สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะในรัฐ Tasmania อาจจะไม่ได้มีเครือข่ายรถไฟหนาแน่นเหมือนรัฐบนแผ่นดินใหญ่ แต่ที่นี่มีระบบรถบัสประจำทางเป็นหลัก ภายใต้การดูแลของ Metro Tasmania (ในเขตเมืองหลักอย่าง Hobart, Launceston, Burnie) และรถบัสสายภูมิภาคอื่นๆ
- การมีบัตรเติมเงิน GreenCard ของ Metro Tasmania (หรือบัตร Transportme สำหรับบางพื้นที่) คือสิ่งจำเป็นที่คุณต้องมี เพราะทุกครั้งที่แตะบัตร GreenCard จ่ายเงิน ระบบจะลดราคาค่าตั๋วรายเที่ยวลงทันที 20% เทียบกับการซื้อตั๋วเงินสดกับคนขับ อีกทั้งบัตร GreenCard มีระบบเพดานราคาจ่ายสูงสุดรายวัน (Daily Cap) สำหรับการเดินทางในเขตตัวเมือง เมื่อแตะครบยอดเพดานแล้ว เที่ยวต่อๆ ไปในวันนั้นจะฟรีทันที
- หากคุณใช้บัตร GreenCard แตะจ่ายเงินเที่ยวแรกแล้ว คุณสามารถแตะเปลี่ยนขบวนหรือต่อรถบัสคันอื่นในเครือข่ายเมืองเดียวกันได้ฟรีภายในเวลา 90 นาที สำหรับ เมืองโฮบาร์ต และลอนเซสตัน หมายความว่าคุณสามารถเปลี่ยนรถบัสกี่ครั้งก็ได้ภายในชั่วโมงครึ่ง โดยจ่ายค่าโดยสารเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
- ระบบรถบัสในแทสเมเนียรอบวิ่งอาจไม่ได้ถี่มากเหมือนเมืองใหญ่อย่างซิดนีย์หรือเมลเบิร์น แนะนำให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Metro Tas ติดมือถือไว้ล่วงหน้า
ไฮไลต์สำหรับนักท่องเที่ยว: ทริคประหยัดเงินในการใช้เรือเฟอร์รี่ Derwent Ferries หากคุณอยู่ในเมืองหลวงอย่างโฮบาร์ตและต้องการเดินทางข้ามฝั่งแม่น้ำ Derwent ไปยังฝั่งตะวันออก (Bellerive) นอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว การนั่งเรือเฟอร์รี่นี้ยังคิดราคาในอัตราตั๋วรถบัสปกติของ Metro Tasmania ทำให้คุณได้นั่งเรือชมวิวอ่าวริมน้ำและมองเห็นวิวภูเขา Mount Wellington สวยๆ ในราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับเรือนำเที่ยวของเอกชน
**นโยบายพิเศษสำหรับผู้เดินทาง : ชาวแทสเมเนียจะได้ใช้ขนส่งสาธารณะฟรีเป็นระยะเวลานานขึ้น โดยสามารถขึ้นรถบัสและเรือเฟอร์รี่ฟรีได้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายนปีนี้ เป็นมาตรการช่วยเหลือผู้เดินทางเพื่อลดค่าใช้จ่าย
ออสเตรเลียแคพิทอลเทอร์ริทอรี (ACT)
ช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีมากในการเดินทางใน ACT เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งเปิดตัวระบบตั๋วรูปแบบใหม่ แถมยังมีมาตรการช่วยลดค่าครองชีพพิเศษสำหรับปี 2026 ออกมาด้วย สำหรับเมืองแคนเบอร์รา เมืองหลวงของออสเตรเลีย ซึ่งตั้งอยู่ในเขต Australian Capital Territory ระบบขนส่งสาธารณะที่นี่จะบริหารจัดการร่วมกันภายใต้เครือข่าย Transport Canberra ครอบคลุมทั้งรถบัสประจำทาง และรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail)
- หากคุณไม่ได้รีบร้อนเดินทางในช่วงที่คนไปทำงานหรือเลิกเรียน การขยับเวลามาเดินทางในช่วง Off-Peak จะช่วยประหยัดเงินค่าตั๋วรายเที่ยวลงไปได้อีก (จากเที่ยวละ $3.41 เหลือเพียง $2.70 สำหรับตั๋วผู้ใหญ่ ช่วงเวลา Off-Peak ที่ได้ส่วนลด คือวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) เวลา 09:00 น. – 16:30 น. และ หลัง 18:00 น. เป็นต้นไป ส่วนวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระบบจะคิดราคาเป็นเรต Off-peak ตลอดทั้งวัน
- ทุกตั๋วโดยสารของ Transport Canberra ที่มีการแตะบัตรเข้าครั้งแรก จะได้รับสิทธิ์เปลี่ยนสายหรือต่อรถฟรีภายในเวลา 90 นาที โดยระบบจะไม่คิดเงินเพิ่มในเที่ยวถัดไป ไม่ว่าจะเปลี่ยนจากรถบัสไปขึ้น Light Rail หรือเปลี่ยนรถบัสข้ามสายก็ตาม
ไฮไลต์สำหรับนักท่องเที่ยว: แม้ว่าแคนเบอร์ราจะไม่มีรถบัสท่องเที่ยวฟรี (Free Shuttle) เหมือนเมืองอื่นแล้ว แต่ระบบรถบัสปกติของ Transport Canberra ได้จัดเส้นทางผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญ โดยใช้เงินค่าตั๋วเริ่มต้นเพียงเที่ยวละ $2.70 - $3.41 เท่านั้น ด้วยรถบัสสาย 57 & 58 ที่วิ่งจาก City Interchange ผ่านจุดไฮไลต์ระดับประเทศ ได้แก่ Parliament House (อาคารรัฐสภา), Old Parliament House (พิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตยออสเตรเลีย) และ National War Memorial (อนุสรณ์สถานสงครามแห่งชาติ) ส่วนรถบัสสาย 4 วิ่งตัดผ่านโซนวัฒนธรรมริมทะเลสาบ ไปยัง National Gallery of Australia (หอศิลป์แห่งชาติ) เข้าชมคอลเลกชันงานศิลปะระดับโลกและสวนประติมากรรมฟรี และ National Museum of Australia (พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ) ที่เข้าชมโซนหลักฟรีอีกด้วย
**นโยบายพิเศษสำหรับผู้เดินทาง : เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบค่าครองชีพและราคาน้ำมัน รัฐบาล ACT ได้ประกาศมาตรการพิเศษ ลดเพดานราคาค่าโดยสารรายเดือน (Monthly Fare Cap) ลงครึ่งหนึ่ง ทันที ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2026 จากเดิมที่ต้องเดินทางครบ 40 เที่ยวถึงจะได้นั่งฟรี ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 20 เที่ยวต่อเดือนเท่านั้น
นอร์เทิร์นเทอร์ริทอรี (NT)

Image by jointransit.com.au
มายังรัฐสุดท้ายอย่าง Northern Territory ดินแดนเอาต์แบ็กทางตอนเหนือของออสเตรเลียกัน เครือข่ายรถสาธารณะของที่นี่จะเน้นหนักไปที่ระบบรถบัสประจำทางเป็นหลัก มี Darwinbus ระบบรถบัสที่ให้บริการในเขตเมืองหลวงดาร์วิน (Greater Darwin) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตัวเมือง Darwin, ย่าน Casuarina, Palmerston และระบบ ASBUS เป็นชื่อเรียกของระบบรถบัสที่ให้บริการในเมืองศูนย์กลางเอาต์แบ็กอย่าง Alice Springs
- ปัจจุบันในปี 2026 รัฐบาล Northern Territory (NT) ยังคงดำเนินนโยบายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นรถบัสประจำทางฟรี ทั้งในเขต Greater Darwin (ครอบคลุม Darwin, Casuarina, Palmerston และพื้นที่โดยรอบ) และใน Alice Springs คุณสามารถเดินขึ้นไปนั่งรถบัสสายปกติของทางรัฐได้เลยโดยไม่ต้องแตะตั๋ว ไม่ต้องพกบัตรเติมเงิน และไม่ต้องจ่ายเงินสดสักเซนต์เดียว ถือเป็นนโยบายที่ใจดีกับนักท่องเที่ยวมาก แต่ระบบเรือเฟอร์รี่ไม่ได้เข้าโครงการเดินทางฟรี แต่ราคาตั๋วจัดว่าย่อมเยามากเมื่อเทียบกับทัวร์ล่องเรือเอกชนทั่วไป
ไฮไลต์สำหรับนักท่องเที่ยว: ขึ้นรถบัสประจำสาย 4 หรือ สาย 10 ทางมุ่งหน้าไปยังเขต Darwin Waterfront หรือตลาดนัดริมหาด Mindil Beach ช่วงพระอาทิตย์ตกดิน รถบัสใน NT รอบวิ่งค่อนข้างห่าง บางสายมาทุกๆ 30-60 นาที และรถบัสในเมืองอลิซสปริงส์ รวมถึงรถบัสบางสายในดาร์วิน ไม่มีบริการในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ แนะนำให้แพลนทริปแน่นๆ ไว้ช่วงวันจันทร์-เสาร์ครับ ตรวจสอบเส้นทางและเวลาผ่านหน้าเว็บ nt.gov.au หรือ Google Maps ซึ่งระบุตารางเวลารถบัสไว้ค่อนข้างแม่นยำ
การออกเดินทางไปเที่ยวช่วงเดือนพฤษภาคม อากาศเริ่มเย็นลง ทำให้คุณสามารถเดินเที่ยวได้นานขึ้นโดยไม่เหนื่อย และที่พักหลายแห่งเริ่มลดราคาเพราะเข้าสู่ช่วง Low Season ช่วยให้ทริป Low Carbon ของคุณประหยัดขึ้นไปอีก
นอกจากจะช่วยลดโลกร้อนแล้ว ยังช่วยให้คุณได้สัมผัสออสเตรเลียในมุมที่ลึกซึ้งและเงียบสงบกว่าเดิมด้วย
อ้างอิง
