พาเที่ยวเกาะยอดฮิต ต้อนรับ Summer สิ้นปี

  • 0 ตอบ
  • 33 อ่าน
*

พา-ลา-เล่น

  • *****
  • 29
  • "พา"คุณไป"ลา" และออกไป"เล่น"ในบริสเบน
    • ดูรายละเอียด



      เวลาผ่านไปแสนรวดเร็ว อีกเพียงไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ช่วงสิ้นปี 2022 เข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการ อีกทั้งเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวให้เราได้พักผ่อน โดยเฉพาะหลายคนเลือกที่จะใช้วันหยุดยาวนี้ออกไปเที่ยวตามชายหาดหรือเกาะต่างๆ ในเดือนนี้เราจะมาแนะนำเกาะใน Queensland ที่ทั้งสวยงาม สงบ และมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ที่ออกไปสนุกกับเพื่อนสนิทหรือคนที่เรารักในฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงนี้ จะมีที่ไหนมาแนะนำกันบ้าง ติดตามกันต่อเลย


North Stradbroke Island



ที่มาภาพ : visitbrisbane.com.au

      เริ่มต้นกันที่เกาะขนาดใหญ่ ที่เดินทางได้ง่ายแสนง่าย จากตัวเมืองบริสเบนด้วยรถส่วนตัว หรือจะรถสาธารณะ ด้วยขนาดพื้นที่เกาะที่ใหญ่ถึง 275.2 ตารางกิโลเมตร ทำให้เกาะแห่งนี้เป็นเกาะทราย (Sand Island) ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก! เกาะแห่งนี้ จึงเต็มไปด้วยกิจกรรมและจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า, ขึ้นเขาชมวิวมุมสูง, แคมป์ริมทะเลสาบ แต่ที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว คือการไปชายหาดต่างๆ บนเกาะ จะมาอาบแดดหรือเล่น Surf โต้คลื่นกันให้สะใจก็ทำได้ โดยเฉพาะย่าน Point Lookout ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านบนขวาของเกาะ เต็มไปด้วยร้านอาหาร ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ที่แม้ว่าจะไม่มากมายเหมือนบนชายฝั่งก็ตาม แต่ก็เป็นย่านที่นักท่องเที่ยวต่างนิยมแวะเวียนมา



ที่มาภาพ : visitbrisbane.com.au

ใครที่มาครั้งแรก ต้องไปที่ Main Beach ชายหาดยาว 32 กิโลฯ​เหมาะสำหรับนักเล่น Surf โดยเฉพาะ , Cylinder Beach ชายหาดที่ลงเล่นได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวลเรื่องคลื่น หรือจะ Frenchmans Beach ชายหาดที่ไม่ใหญ่มาก เต็มไปด้วยหิน สงบ และสุดท้าย Flinders Beach เป็นอีกชายหาดที่เหมาะสำหรับการลงไปเล่นและแคมป์ปิ้งโดยเฉพาะ หรือถ้าใครสายลุยล่ะก็ ขับ 4WD ตระเวนทั่วเกาะ พักตามจุด Campground บนเกาะตลอดแนวชายหาดและทะเลสาบ ใครที่มีวันหยุดแค่เสาร์-อาทิตย์ หรือหยุดยาว 3-4 วัน เกาะแห่งนี้ก็เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้แบบไม่ต้องเดินทางไกล


K’gari (Fraser Island)



ที่มาภาพ : inghamtravel.com.au

      ขยับขึ้นมาบริเวณ Sunshine Coast จะเจอกับเกาะทรายขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีระบบนิเวศเฉพาะตัวที่หาไม่ได้ที่ไหน เกาะขนาดใหญ่แห่งนี้สามารถเดินทางได้จากตัวเมืองบริสเบนด้วยรถส่วนตัว ข้ามมายังบนเกาะจาก Hervey Bay หรือ Rainbow Beach แต่ต้องใช้รถ 4x4 เท่านั้น เนื่องด้วยพื้นที่แทบจะทั้งเกาะเต็มไปด้วยทรายและทางขรุขระในป่าเขา กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต่างหลงไหล คือการได้มา Camping ท่ามกลางธรรมชาติ และขับรถเลียบชายหาด ที่มีขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา



ที่มาภาพ : inghamtravel.com.au



ที่มาภาพ : bne.com.au

อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบนเกาะ ที่มีความสวยงามเฉพาะตัวจนไม่เชื่อสายตาตัวเอง อันได้แก่ Lake McKenzie ทะเลสาบที่มีทรายขาวละเอียดจนสว่างแสบตา ตัดกับสีน้ำเบื้องหน้า หรือจะเป็น Eli Creek ร่องน้ำตื้นที่มีต้นน้ำจากป่าดิบชื้น นักท่องเที่ยวสามารถนั่งห่วงยางจากต้นน้ำ ออกไปยังชายหาดภายนอก ท่ามกลางต้นไม้ที่ล้อมรอบเรา Indian Head จุดชมวิวจากหน้าผาสูง ที่มองเห็นชายหาดอันกว้างใหญ่ในเบื้องล่าง หรือจะเป็น Champagne Pools แหล่งโขดหินที่มีน้ำทะเลซัดเข้ามาจนกลายเป็นสระน้ำขนาดเล็กให้เราได้แหวกว่าย อีกทั้งยังมีสัตว์เฉพาะถื่นอย่างเจ้า Dingo สัตว์ที่หน้าตาน่ารักคล้ายกับสุนัขบ้านแต่ดุร้ายเหมือนหมาป่า และยังมีที่เที่ยวอีกมากมายให้เราไปเยือน เป็นเกาะที่ควรค้างคืนอย่างน้อยสัก 4 วัน 3 คืน ถึงจะสามารถเที่ยวได้ครบถ้วน


Lady Elliot Island



ที่มาภาพ : gatewaymarina.com.au



ที่มาภาพ : ladyelliot.com.au

      เกาะขนาดเล็กแสนจะเป็นส่วนตัว ตั้งอยู่บริเวณใต้แนวปะการัง Great Barrier Reef ด้วยระยะทางจากเหนือจรดใต้เพียง 85 กิโลเมตร เกาะแห่งนี้จึงเหมาะสำหรับใครที่มองหาเกาะกลางทะเลที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัวมากๆ ให้ความรู้สึกเหมือนตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะนอกจากจะมีที่พักเพียงแห่งเดียวบนเกาะแล้ว โดยรอบยังมีธรรมชาติอันสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบนบกหรือใต้น้ำ จะ Snorkeling น้ำตื้นรอบเกาะก็งดงามแล้ว ถ้ามีโอกาสลงไปดำน้ำใต้ทะเลล่ะก็ สวยอย่าบอกใครเลย หรือจะมาเที่ยวบนเกาะ นั่งเล่น นอนอาบแดด ก็มีความสุขไม่แพ้กัน


Heron Island





ที่มาภาพ : heronisland.com

      อีกเกาะขนาดเล็ก ที่ตั้งอยู่ใจกลางแนวปะการัง Great Barrier Reef โอบล้อมไปด้วยทะเลรอบตัว 360 องศา ใครที่แวะเวียนมาท่องเที่ยว สามารถมาเข้าพักยังที่พักแห่งเดียวบนเกาะ ที่มีชื่อว่า Heron Island Resort ด้วยความที่ไร้การรบกวนจากโลกภายนอก จึงทำให้ะบบนิเวศที่นี่มีความสมบูรณ์มากกว่าเกาะอื่น เรียกได้ว่าสมบูรณ์จนมีสถาบันวิจัยทางทะเลบนเกาะของ University of Queensland มาตั้งขึ้น เพื่อเป็นแหล่งศึกษาและฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและแนวปะการังแห่งนี้



ที่มาภาพ : heronisland.com

กิจกรรมที่ต้องมาทำที่นี่ หนีไม่พ้นการดำน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตื้นหรือน้ำลึก เพื่อไปค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ 8 ชนิดที่หาได้จากบนเกาะเรียกว่า “Great Eight” สิ่งมีชีวิตทั้ง 8 ที่พบได้บริเวณ Great Barrier Reef  ได้แก่ ปลาการ์ตูน (Clown Fish), หอยมือเสือขนาดใหญ่ (Giant Clam), ปลากระเบน (Manta Ray), ปลานกขุนทอง (Maori wrasse) ฯลฯ นอกจากความหลากหลายด้านชีวภาพแล้ว เต่าทะเลยังเลือกบริเวณหาดบนเกาะนี้ ในการฟักไข่อีกด้วย เรียกได้ว่ามาเที่ยวเกาะนี้ สามารถเจอสิ่งชีวิตได้มากมายกว่าเจอมนุษย์บนเกาะเสียอีก


Hamilton Island





ที่มาภาพ : greatbarrierreef.org

      อัพเกรดการท่องเที่ยวให้หรูหราและพิเศษยิ่งขึ้นไปอีกที่ Hamilton Island เกาะขนาดใหญ่กลางทะเล อยู่ในกลุ่มเกาะ The Whitsunday ใกล้กับแนวปะการัง Great Barrier Reef  เป็นเกาะที่ใครมาก็ต้องมาชมความสวยงามของแนวปะการังโดยรอบ ทั้งแบบดำน้ำตื้นหรือจะ Scuba Diving กันไป อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะยังคงเป็นป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมา Hiking เดิน Trail บนเส้นทางธรรมชาติ เพื่อชมสัตว์ต่างๆ ทั้งโคอาล่า, จิงโจ้, Wallaby และ นก Kookaburra อีกจุดท่องเที่ยวบนเกาะที่แนะนำนั่นคือ Passage Peak จุดชมวิวมุมสูงทางทิศตะวันออกที่เราต้องเดินขึ้นตามเส้นทางไปยังด้านบนเขา เพื่อชมวิวอันงดงามสุดลูกหูลูกตาในเบื้องหน้าที่ประเมินค่าไม่ได้


Magnetic Island



ที่มาภาพ : townsvillenorthqueensland.com.au

      เกาะขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ห่างจากตัวเมือง Townsville เพียง 8 กิโลเมตรจากชายฝั่ง เกาะแห่งนี้เป็นหมุดหมายในการท่องเที่ยวในวันหยุดยาวสำหรับทุกคน ทั้งครอบครัว และเพื่อนฝูง เพราะบนเกาะเต็มไปด้วยโรงแรม รีสอร์ต กิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมต้อนรับและให้บริการนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ กิจกรรมยอดฮิตคงหนีไม่พ้นกิจกรรมทางน้ำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Snorkeling, Scubadiving หรือถ้าอยากเพิ่มความสนุกยิ่งขึ้น ก็มีการเช่าเรือ Jetski ขับ, ล่องเรือไปตกปลา หรือจะเหมาเรือใบไปกลางทะเล สนุกกับเพื่อนๆบนเรืออย่างเป็นส่วนตัวก็ยังมี



ที่มาภาพ : 7weekender.com

สิ่งที่น่าสนใจบนเกาะนอกเหนือจากความสวยงามแล้ว เกาะแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวตั้งแต่ยุคที่นักเดินเรือชาวยุโรป เข้ามาตั้งรกรากบนเกาะในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 รวมไปถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่บนเกาะแห่งนี้เป็นจุดสังเกตการณ์ป้องกันข้าศึก จึงทำให้ยังมีโครงสร้างบางอย่างที่เรายังพบเห็นได้ในทุกวันนี้ อาทิ SS City of Adelaide ซากเรือที่อยู่บริเวณ Cockle Bay ทางตอนใต้ ที่กลายเป็นจุดท่องเที่ยว อีกหนึ่งอย่างที่เป็นไฮไลต์บนเกาะ นั่นคือประชากรของเจ้าโคอาล่า กว่า 76% ของพื้นที่บนเกาะคือป่าไม้และอุทยาน จึงทำให้บนเกาะแห่งนี้เหมือนบ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ สามารถอยู่ร่วมกับผู้คนได้อย่างไม่รบกวนซึ่งกันและกัน


Fitzroy Island



ที่มาภาพ : fitzroyisland.com

      ใครมีโอกาสไปเที่ยวเมือง Crains ทางตอนบนของ Queensland แล้วล่ะก็​ อย่าพลาดที่จะไปเกาะ Fitzroy เกาะที่ไม่ห่างจากเมือง เดินทางได้ง่ายๆ ด้วยเรือเฟอร์รี่เพียง 45 นาที จะไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับก็ได้ แต่แนะนำให้ค้างคืนสัก 2-3 คืน เพื่อสัมผัสความสวยงามโดยรอบของเกาะ กับกิจกรรมมากมายที่เตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว หรือคนรัก โดยกิจกรรมบนเกาะส่วนใหญ่ คือการไปชายหาดต่างๆโดยรอบ เพื่ออาบแดดและ Snorkeling ไม่ว่าจะเป็นที่ Mate Beach ชายหาดหลักที่มีท่าเรือไป-กลับ, Nudey Beach และ Hidden Beach อีกกิจกรรมไฮไลต์ของที่นี่ คือการเดิน Hiking บนเส้นทาง Summit Track เพื่อชมวิวบน Summit Lookout และ Lighthouse แห่งเดียวบนเกาะได้อีกด้วย


และยังมีอีกหลากเกาะ หลายหาด ที่รอเราไปสัมผัสความสวยงามและความอลังการของธรรมชาติแบบหาที่ไหนไม่ได้ ทำงานกันมาหนักทั้งปีแล้ว อย่าลืมให้รางวัลตัวเองด้วยการพักผ่อนกับทริปท่องเที่ยวสุดแสนประทับใจด้วยล่ะ