10 เรื่องที่ต้องรู้ เมื่อมาอยู่บริสเบน

  • 0 ตอบ
  • 152 อ่าน
*

พา-ลา-เล่น

  • *****
  • 27
  • "พา"คุณไป"ลา" และออกไป"เล่น"ในบริสเบน
    • ดูรายละเอียด



ใครที่กำลังตัดสินใจย้ายมาอยู่ในเมืองบริสเบนประเทศออสเตรเลีย แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีระบบอะไรหลายๆอย่าง คล้ายคลึงกับประเทศอื่นๆ หรือเป็นไม่กี่ประเทศที่ขับรถฝั่งเดียวกับไทย และแต่ก็มีวัฒธรรม หรือกิจกรรมบางอย่างของคนผู้คนในพื้นที่ที่แตกต่างไปจากเดิม เราจึงมาสรุป 10 สิ่งที่แตกต่าง เมื่อเทียบกับประเทศไทย จะมีอะไรบ้างติดตามกันได้เลย


1. ในวันอาทิตย์อะไรๆ ก็ปิดเร็ว



Photo by Tim Mossholder on Unsplash

      วันอาทิตย์คือวันของการพักผ่อน เป็นเวลาที่ชาวบริสเบนใช้เวลาอยู่กับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว ไม่ว่าจะในบ้านหรือสวนสาธารณะ ใครวางแผนจะจับจ่ายซื้อของกินของใช้ในวันอาทิตย์ล่ะก็ ตรวจสอบเวลากันให้ดีๆ เพราะวันนี้ร้านค้าส่วนใหญ่จะปิดเร็วกว่าปกติ ต้ังแต่ 6 โมงเย็น ฟ้ายังไม่ทันมืด ก็เริ่มปิดร้านแล้ว ถ้าเป็นร้านเล็กๆบางร้าน อาจจะหยุดทุกวันอาทิตย์ซะด้วยซ้ำไป แนะนำจัดการซื้อของกันตั้งแต่ช่วงเช้าเลยก็ยิ่งดี ช่วงบ่ายถึงค่ำจะได้เป็นเวลาส่วนตัวของเรา


2. ประตูรถไฟ ที่ไม่ได้เปิดให้อัตโนมัติ



ที่มาภาพ : commons.wikimedia.org

      โดยปกติเวลาเราขึ้นรถไฟฟ้าที่ประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ เมื่อถึงสถานีปลายทาง ประตูจะเปิดและปิดเองอัตโนมัติ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการโดยสาร และไม่ใช่กับที่บริสเบน อย่าลืมว่าเมื่อเราถึงปลายทางแล้ว เมื่อต้องการออก กดปุ่มเปิดประตูที่อยู่ด้านหน้าด้วยนะ ไม่งั้นลงไม่ทันป้ายล่ะ


3. น้ำประปาดื่มได้...ดื่มได้จริงๆนะ



Photo by Bluewater Sweden on Unsplash

      เมื่อเข้าไปเลือกซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต เราจะสังเกตว่าราคาน้ำดื่มที่นี่จะมีราคาสูง เมื่อเทียบกับประเทศไทยหรือเทียบกับน้ำหวานประเภทอื่น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ สิ่งที่ผู้คนที่ทำเป็นเรื่องปกติที่นี่ คือการดื่มน้ำจากก็อกน้ำ (Tap Water) แทนการซื้อน้ำขวดตามห้างร้าน เพราะนอกจากจะสะอาด ปลอดภัย ไร้กลิ่นแล้ว ยังมีราคาถูกแสนถูก เมื่อเทียบกับน้ำดื่มบรรจุขวด อีกทั้งยังช่วยลดขยะพลาสติกด้วยนะ ดังนั้นเวลาไปไหนมาไหน ก็อย่าลืมพกกระบอกน้ำติดตัว ไว้กดน้ำข้างนอกด้วยล่ะ


4. ขนาด (สิ่งมีชีวิต) รอบตัวที่แตกต่าง



Photo by Anna Tremewan on Unsplash

      นกพิราบ, สุนัข-แมวจรจัด, แมลงต่างๆ คือสิ่งมีชีวิตรอบตัวที่พบได้ในประเทศไทย ซึ่งก็ไม่มีความแปลกแตกต่างอะไร พบได้ทั่วไป แต่เมื่อตัดภาพมาที่บริสเบนหรือเมืองอื่นๆในออสเตรเลีย ภาพของสิ่งมีชีวิตจะเปลี่ยนไป มีทั้ง ยุงตัวใหญ่เบิ้ม, นก Ibis ที่ชอบคุ้ยถังขยะ , นก Magpie ตัวจิ๋ว ที่พร้อมบวกกับผู้คนในทุกเมื่อ หรือบางครั้งก็มีโอกาสเจอสัตว์ร้ายเช่นงู เลื้อยอยู่สวนหลังบ้านด้วย หรือถ้าออกไปนอกเมืองไปในที่ห่างไกล เป็นเรื่องปกติที่จะพบกับจิงโจ้,​ Wallaby หรือแม้กระทั่งโคอาล่าที่เกาะบนต้นไม้นิ่งๆ เช่นกัน สิ่งที่ดีที่สุด คืออย่าไปรบกวน อยู่ห่างเข้าไว้จะดีที่สุด


5. อยู่ที่นี่การทานเนื้อสัตว์จะเปลี่ยนไป



ที่มาภาพ : pixabay.com

      สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นมังสวิรัติ เนื้อสัตว์ที่เราทานกันเป็นประจำและพบหาได้ทั่วไป ก็มีตั้งแต่ เนื้อหมู,​ เนื้อไก่,​ เนื้อวัว ฯลฯ แต่เมื่อมาอยู่ที่ออสเตรเลีย เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะสามารถทานเนื้อจิงโจ้ หรือเนื้อจระเข้ ได้ที่ออสเตรเลีย เพราะสัตว์เหล่านี้ไม่ใช่สัตว์สงวนและพบได้ทั่วไปในประเทศ โดยเฉพาะนอกเมือง แต่ส่วนตัวยังไม่ (กล้า) ลองทานนะ ใครมีโอกาสทานแล้ว มาแชร์รสชาติกันให้ฟังหน่อย



6. เพราะกีฬาอยู่ในสายเลือดของชาวออสซี่



ที่มาภาพ : queensland.com/au

      งานกีฬาต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในประเทศออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็น Footy เกมส์กีฬาที่คล้ายกับรักบี้ แต่มีกฎเฉพาะ, Cricket กีฬาที่ใช้ไม้กับลูกบอล คล้ายกับเบสบอล, การแข่งม้า ซึ่งมีงานที่เกิดขึ้นอย่างยาวนาน และโด่งดังอย่าง Melbourne Cup​ หรือจะเป็นการแข่ง Surfing ที่งาน Gold Coast Open ก็มี ชาวเมืองถึงกับหยุดเฉพาะกิจ เพื่อเชียร์กันเลยทีเดียว อย่างการแข่ง Cricket งาน T20 ที่มีแมทช์หยุดโลก ระหว่างออสเตรเลียกับประเทศ​ศรีลังกา ก็น่าติดตามเช่นเดียวกัน


7. ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าใครๆก็จะกล่าวทักทายกัน (รวมถึงคนขับรถเมล์)



Photo by Alexis Brown on Unsplash

      “G’Day Mate” วลีติดปากของชาวบริสเบนเมื่อพบปะกับผู้คน ที่ไม่ใช่แค่คนที่เรารู้จักกัน เพราะเมื่อเราเดินไปตามท้องถนนจะพบชาวบริสเบน ที่เค้าจะยิ้มทักทายเราอย่างเป็นกันเองประหนึ่งคนรู้จัก อย่าลืมยิ้มตอบและทักกลับไปด้วยล่ะ อีกหนึ่งวัฒนธรรมของผู้คนที่นี่ คือการทักทายและขอบคุณให้กับคนขับรถเมล์ทั้งขึ้นรถและก่อนลงรถ เป็นการทักทายและให้เกียรติแบบน่ารักๆของผู้คนเมืองนี้



8. บริสเบนคือเมืองต้นกำเนิดของขนมประจำชาติ



Photo by Eiliv-Sonas Aceron on Unsplash

      Lamigton เค้กสปันจ์ทรงเหลี่ยมสอดไส้แยม เคลือบด้วยช็อกโกแลตไอซิ่งบางๆ คลุกกับมะพร้าวอบแห้ง ของว่างที่พบเห็นได้ทุกที่ในร้านค้าทั่วไป สิ่งที่น่าสนใจคือขนมที่มีชื่อโด่งดังนี้ ถือกำเนิดขึ้นจากเชฟของ Lord Laminton ซึ่งเป็นผู้ว่าการรัฐควีนส์แลนด์ในช่วงปี 1800 เป็นขนมที่เกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจและใช้วัตถุดิบที่เหลือค้างจากในครัว แต่ดั้นอร่อยจนต้องเรียกร้องให้ทำต่อมา ถึงแม้ว่าเรื่องราวนี้จะมีการโต้เถียงกันว่าต้นกำเนิดมาจากประเทศนิวซีแลนด์ แต่อย่างไรก็ดี ลองซื้อมาทานดู รับรองจะติดใจจนต้องทานชิ้นต่อไปทันที



9. กิจกรรมนอกบ้านอันมากมายในบริสเบน



Photo by Carnaby Gilany on Unsplash

      การได้ออกจากบ้าน คือไลฟ์สไตล์ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ของชาวบริสเบน ที่ไม่ใช่แค่ไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แต่การออกไปท่องเที่ยวธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการไปทะเลและชายหาด,​ เดินป่าในอุทยานแห่งชาติ หรือแม้แต่การไป Barbie กับเพื่อนฝูงตามสวนสาธารณะอีกด้วย นอกจากนี้เองยังมีตลาดนัด Farmer Market จัดกันตามพื้นที่สาธารณะต่างๆให้เราได้ออกไปเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นที่ Brisbane City Markets ใจกลางเมือง,​ Jan Powers Farmers Markets Powerhouse ย่าน New Farm หรือจะขยับออกไปที่ Kelvin Grove Village Markets สามารถเลือกซื้อสินค้าจากมือผู้ผลิตโดยตรง ทั้งผักสด ผลไม้ อาหารแปรรูป รวมไปถึงกาแฟและขนมต่างๆ จะชวนเพื่อนมานั่งทานด้วยกันยามเช้า ก็น่าสนใจเหมือนกัน


10. การดื่มกลมกลืนไปกับผู้คน



Photo by Elevate on Unsplash

      เราที่เราทราบกันดีว่า เครื่องดื่มแอลกฮออล์ในประออสเตรเลียนั้นราคาถูกเป็นพิเศษ ทำให้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มคู่ใจของชาวออสซี่ อีกทั้งยังมีตัวเลือกที่หลากหลาย แถมในควีนส์แลนด์เองยังมีแบรนด์ XXXX โรงผลิตเบียร์ประจำรัฐอีกด้วย บริสเบนเองก็มีบาร์และร้านนั่งชิลวิวสวยๆทั้งแบบในเมือง, Rooftop หรือจะนั่งริมแม่น้ำ ที่นั่งได้ตลอดทั้งวันได้ตั้งแต่บ่ายยันค่ำ นอกจากนั้นยังมีอีกเครื่องดื่มที่นิยมไม่แพ้กันนั่นคือ กาแฟ จนทำให้การดื่มกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมหลักของชาวบริสเบนและชาวออสซี่กันเลยทีเดียว


ยังมีเรื่องราวอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้บริสเบนแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างล่ะก็ คงต้องลองเข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง รับรองว่าจะหลงรักเมืองเล็กๆแห่งนี้มากขึ้น